RSS

10 ประเทศน่า (ไป) อยู่ที่สุดในโลก ประจำปี 2010

31 ม.ค.

ก่อนหน้านี้ “Paow007″ ได้นำเสนอบทความ “10 ประเทศอากาศดีที่สุดในโลก” ซึ่งจัดทำโดย “อินเตอร์เนชั่นแนล ลีฟวิ่ง” ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านการใช้ชีวิตวัยเกษียณในต่างแดนไปแล้ว คราวนี้เรามาดู “10 ประเทศน่า (ไป) อยู่ที่สุดในโลก ประจำปี 2010″ กันบ้าง

“อินเตอร์เนชั่นแนล ลีฟวิ่ง” เผยรายชื่อ “10 ประเทศน่า (ไป) อยู่ที่สุดในโลก ประจำปี 2010″ ซึ่งเป็นผลมาจากการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลใน 194 ประเทศทั่วโลก โดยพิจารณาจาก 9 ประเด็นหลัก ได้แก่ ค่าครองชีพ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม อิสรภาพ สาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย/ความเสี่ยง และสภาพภูมิอากาศ

ข้อมูลดังกล่าวได้มาจากหลายแหล่งด้วย กัน ไม่ว่าจะเป็น สถิติอย่างเป็นทางการ เว็บไซต์ของรัฐบาล องค์การอนามัยโลก รวมถึงเว็บไซต์ ดิ อีโคโนมิสต์  และอื่นๆ อีกมากมาย แม้กระทั่งการออกสำรวจราคากาแฟ (ต่อแก้ว)  ราคาบ้าน รวมถึงอัตราภาษี เงินเฟ้อ จีดีพี  และจำนวนประชากรต่อพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น

ผลสำรวจทั้งหมดที่ได้ถูกนำมาเรียบ เรียงเป็น “ดัชนีคุณภาพชีวิต” ประจำปี 2010 ซึ่ง “อินเตอร์เนชั่นแนล ลีฟ วิ่ง” ได้จัดทำขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 30 แล้ว… มาดูกันว่า 10 ประเทศที่มีคะแนนรวมสูงสุดและได้ชื่อว่าน่า (ไป) อยู่ที่สุดในโลก ประจำปี 2010 จะมีประเทศใดบ้าง


อันดับที่ 10 ประเทศอิตาลี

ถึงแม้ว่ารถไฟในอิตาลีจะไม่ค่อยตรง เวลาและมาล่าช้าเป็นประจำ ทั้งยังเกิดเหตุประท้วงหยุดงานบ่อยครั้ง มีระบบการทำงานที่ล่าช้า ยุ่งยาก และมากขั้นตอน แถมข่าวคอร์รัปชั่นยังถือเป็นเรื่องชินตา และบางพื้นที่ก็มีขโมยชุกชุม แต่เมื่อเทียบกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขา ทะเลสาป ชายหาด โบราณสถาน และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในกรุงโรม เวนิส ฟลอเรนซ์ ฯลฯ แล้ว ก็ยังถือว่าคุ้มค่าและน่าไป (อยู่) อยู่ดี

นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ของโลกแล้ว อิตาลียังเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยงานศิลปะและการออกแบบแฟชั่น ที่สำคัญระบบบริการด้านสุขภาพสำหรับประชาชน ยังถูกจัดว่าดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกโดยองค์การอนามัยโลก นี่ยังไม่นับรวมของดีของดังอย่าง ไร่องุ่น โอเปร่า ตลอดจนกาแฟเอสเพรสโซ่ พิซซ่า และไอศครีม ที่มีรสชาติดีสุดๆ อีกด้วย

จริงอยู่ที่ตามเมืองหลักๆ และแหล่งท่องเที่ยวของอิตาลีจะมีค่าครองชีพสูง แต่ไม่ใช่เมืองที่อยู่ทางตอนใต้ ถึงแม้ว่าที่นั่นจะมีอัตราการว่างงานสูง และรายได้ต่ำกว่าเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือมาก แต่เมืองที่อยู่ลึกลงไปทางใต้ก็เต็มไปด้วยสีสัน สภาพอากาศอบอุ่น เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง และยังมีฤดูหนาวที่สั้นกว่า

สรุปง่ายๆ ก็คือ ถ้าต้องการไปทำงานหรือทำธุรกิจ (สามารถพูดภาษาอิตาลีขั้นเทพ) ก็ต้องมุ่งหน้าไปอยู่ทางตอนบนของประเทศ (โดยเฉพาะตามรีสอร์ทที่เปิดรับพนักงานต่างชาติ) แต่ถ้าต้องการใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างสงบและมีงบฯ ไม่สูงนัก ก็ต้องถอยลงมาอยู่ทางตอนใต้สุด เพราะแถวนั้นค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก อย่างเช่นบนเกาะซิซิลี หรือบางพื้นที่ในแคว้นปูเกลีย บาซีลิกาตา และแคว้นกัมปาเนีย ซึ่งราคาบ้านไม่สูงมากนัก

อย่างไรก็ตาม โอกาสที่คนต่างชาติจะย้ายไปอยู่หรือทำงานในอิตาลีนั้นจะสูงกว่ามาก ถ้าเป็นผู้ที่มาจากประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป เนื่องจากมีข้อตกลงร่วมกันในหมู่ประเทศสมาชิก

คะแนนรวมที่ได้: 77/100
คะแนนด้านค่าครองชีพ: 56/100
คะแนนด้านเศรษฐกิจ:  63/100


อันดับที่ 9 ประเทศแคนาดา

อินเตอร์เนชั่นแนล ลีฟวิ่ง จัดให้แคนาดาเป็นประเทศที่มีดัชนีคุณภาพชีวิตดีที่สุดเป็นอันดับ 9 ในปีนี้ ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะเป็นที่รู้กันว่าทุกครั้งที่มีการจัดอันดับประเทศน่าอยู่หรือมีคุณภาพ ชีวิตดีที่สุดในโลก แคนาดาจะต้องมาเป็นอันดับต้นๆ เสมอ

ทั้งนี้เพราะรัฐบาลแคนาดามอบบริการทาง ด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีสุดๆ ให้แก่ประชาชนของเขานั่นเอง นอกจากนี้ แคนาดายังมีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย อุดมสมบูรณ์ และมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย

นอกจากนี้ แคนาดายังมีฐานะเศรษฐกิจและการเมืองที่มั่นคง มีอุตสาหกรรมการเงินที่แข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาทั่วโลกจะประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจจนสะบักสะบอมไปตามๆ กัน แต่ชาวแคนาดายังคงอยู่ได้แบบชิลล์ๆ และแทบไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ที่น่าอิจฉาก็คือ ประเทศนี้มีอัตราการ “จ้าง” งานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสวรรค์สำหรับคนหางานอย่างแท้จริง  แถมค่าครองชีพก็ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่พัฒนาแล้ว

แคนาดายังเป็นประเทศที่เปิดกว้างสำหรับคนต่างชาติที่ต้องการอพยพเข้าไปอาศัยหรือต้องการไปทำงาน (ควรมีทักษะและความชำนาญเฉพาะด้าน)  เพราะมีกฏหมายคนเข้าเมืองที่ไม่เลือกปฏิบัติ ด้วยเหตุนี้แคนาดาจึงมีชาวต่างชาติอพยพเข้าไปอาศัยอยู่มากมาย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเอเชีย) ส่งผลให้มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย

สรุปได้ว่า แคนาดา เป็นประเทศที่เหมาะแก่การอพยพย้ายถิ่นฐานมากที่สุด หากไม่ซีเรียสในเรื่องของสภาพอากาศหรือชื่นชอบความเย็นแบบสุดขั้ว  เพราะที่นั่นจะมีฤดูหนาวที่ยาวนาน อุณหภูมิติดลบ (บางพื้นที่มีอุณหภูมิเฉลี่ย -15 องศาเซลเซียส) และมีหิมะตกหนัก อย่างไรก็ตาม พื้นที่ในแถบชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกและตะวันตกจะมีสภาพอากาศที่อบอุ่นกว่า โดยหน้าร้อนจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20 องศาเซลเซียส แต่บางครั้ง (ในบางพื้นที่) อาจมีอุณหภูมิสูงถึง 25-30 องศาเซลเซียสได้เช่นกัน

คะแนนรวมที่ได้: 77/100
คะแนนด้านค่าครองชีพ: 62/100
คะแนนด้านเศรษฐกิจ:  69/100

อันดับที่ 8 ประเทศเบลเยี่ยม

เบลเยี่ยม อาจเป็นทางเลือกที่ถูกนึกถึงเป็นอันดับท้ายๆ สำหรับผู้ที่ต้องการโยกย้ายถิ่นฐานบางคน ทั้งนี้เนื่องจากเบลเยี่ยมเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีประชากรค่อนข้างหนาแน่น จึงไม่เหมาะสำหรับผู้รักสันโดษ หรือต้องการมีชีวิตวัยเกษียณที่เงียบสงบ ยกเว้นผู้ที่ได้งานทำที่นั่นแล้ว เพราะการโยกย้ายถิ่นฐานและหางานเอาดาบหน้าที่เบลเยี่ยมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

นอกจากนี้ ที่นั่นยังมีการใช้ภาษาที่หลากหลาย โดยแบ่งออกเป็น 2 ภูมิภาคใหญ่ๆ ได้แก่  “ฟลานเดอร์” ซึ่งประชากรส่วนใหญ่มักพูดภาษาเฟลมิช (ภาษาดัตช์) และ “วัลโลเนีย” ที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลัก (แต่บางพื้นก็พูดภาษาเยอรมัน)

แต่ข้อดีก็คือ เบลเยี่ยม เป็นประเทศที่มีมาตรฐานสูงในแทบทุกเรื่อง นับตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน อาหาร บริการด้านสาธารณสุข ที่พักอาศัย การศึกษา และมีประชาชนที่อยู่ในฐานะยากจนหรือด้อยโอกาสน้อย ทั้งยังมีสถานะทางเศรษฐกิจและการเมืองที่แข็งแกร่ง มีอาณาเขตติดต่อกับหลายประเทศในยุโรป (เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก ฝรั่งเศส)

ที่สำคัญยังมีการจ้างงานชาวต่างชาติหลายพันคนที่ “กรุงบรัสเซลส์” ซึ่งเป็นเมืองหลวงและที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสหภาพยุโรป องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (องค์การนาโต้) และองค์การระหว่างประเทศอีกหลายแห่ง

ด้วยเหตุนี้ที่กรุงบรัสเซลส์ จึงมีโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง และมีทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาวต่างชาติต้องการ ไม่ว่าจะเป็น โรงละคร โรงภาพยนตร์ (เสียงภาษาอังกฤษ) ศูนย์กีฬา ระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกสบาย เบียร์รสชาติเยี่ยม และมีภัตตาคาร/ร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย ที่สำคัญ กรุงบรัสเซลส์ ยังมีรถไฟความเร็วสูงให้บริการข้ามประเทศเชื่อมต่อไปยังกรุงลอนดอน ปารีส และอัมสเตอร์ดัม อีกด้วย

เนื่องจากชาวต่างชาติส่วนใหญ่ในกรุงบรัสเซลส์ เดินทางเพื่อไปทำงานโดยไม่คิดลงหลักปักฐานที่นั่น จึงมักเช่าอพาร์ทเมนท์เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว โดยห้องพักขนาด 1 ห้องนอนในย่านใจกลางเมืองจะมีค่าเช่าเริ่มต้นที่ $740  หรือประมาณ 24,000 บาท/เดือน

คะแนนรวมที่ได้: 78/100
คะแนนด้านค่าครองชีพ: 41/100
คะแนนด้านเศรษฐกิจ:  66/100

อันดับที่ 7 สหรัฐอเมริกา

แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศที่เกิดจากการโยกย้ายเข้าไปตั้งถิ่นฐานของคนต่างถิ่น แต่การเดินทางเข้าไปในประเทศนี้กลับไม่ใช่เรื่องง่าย และมีแนวโน้มว่าจะยากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม “อินเตอร์เนชั่นแนล ลีฟวิ่ง” ระบุว่า อเมริกามีทุกอย่างที่ทุกคนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่อันแสนศิวิไลซ์อย่างในกรุงนิวยอร์ก เมืองชายฝั่งที่อบอุ่นในรัฐฟลอริดา แหล่งสกีดีที่สุดในรัฐมอนทานา หรือเมืองที่มีอากาศหนาวเย็นสุดขั้วในรัฐอลาสก้า เป็นต้น

นอกจากนี้ อเมริกายังเป็นเมืองที่ค่อนข้างปลอดภัยและแสนสะดวกสบาย  มีอาหารการกินให้เลือกหลากหลาย อยากได้อะไรก็ซื้อหามาได้ง่ายๆ แทบทุกที่ทุกเวลา การศึกษาและการแพทย์ล้ำหน้า ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีเลิศ (ถ้ามีเงิน)

คะแนนรวมที่ได้: 78/100
คะแนนด้านค่าครองชีพ: 56/100
คะแนนด้านเศรษฐกิจ:  67/100

อันดับที่ 6 ราชรัฐลักเซมเบิร์ก


หากมีการตัดสินคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชากร ในแต่ละประเทศ โดยพิจารณาจากจำนวนภัตตาคารหรูหราระดับดาวมิชลีนต่อตารางไมล์แล้วล่ะก็ รับรองว่าลักเซมเบิร์กกินขาด

ถึงแม้จะเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีความยาวเพียง  51 ไมล์ (ราว 82 ก.ม.)  กว้างเพียง 35 ไมล์ (ราว 57 ก.ม.) และไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่ลักเซมเบิร์กก็มีจีดีพีต่อหัวสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก  ($88,000/คน  หรือประมาณ 2.9 ล้านบาท/คน) จึงจัดเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวย เศรษฐกิจมั่นคงแข็งแกร่ง แม้จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกบ้าง แต่ลักเซมเบิร์กก็ไม่มีปัญหาทางด้านการเงิน สังคม หรือภาระหนี้สิน ที่หนักหนาสาหัสเหมือนอีกหลายประเทศในยุโรป ทั้งยังมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยเหตุนี้ บรรดาอพาร์ทเมนท์หรือที่พักสวยๆ ที่เรามักเห็นในโปสการ์ดหรือภาพวิวเมือง จึงมีราคาเริ่มต้นขั้นต่ำอย่างน้อยที่ $7,400 (กว่า 2.4 แสนบาท) ต่อ “ตารางเมตร” แต่สิ่งที่แถมมาด้วยก็คือมุมมองที่สวยงามของหอคอยปราสาท สะพาน และจตุรัสในยุคกลาง

ลักเซมเบิร์ก เป็นประเทศที่มีการจ้างงานชาวต่างชาติในอัตราที่สูงมาก จึงมีคนหนุ่มสาวและผู้ที่อยู่ในวัยทำงานชาวต่างชาติ โยกย้ายถิ่นฐานเข้าไปทำงานที่ประเทศนี้เป็นจำนวนมาก เพราะแม้จะมีค่าครองชีพสูง แต่ข้อดีก็คือ อัตราภาษีเงินได้ต่ำ คุณภาพชีวิตสูง มาตรฐานทางด้านที่อยู่อาศัย การศึกษา การรักษาพยาบาล โครงสร้างพื้นฐาน การบริการ  ฯลฯ ก็สูง และยังคงมีตำแหน่งงานสำหรับชาวต่างชาติเสมอ (โดยเฉพาะผู้ที่มาจากประเทศสมาชิกอียู)

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการย้ายไปอาศัยหรือทำงานที่ลักเซมเบิร์ก ควรพูดภาษาเยอรมัน หรือฝรั่งเศส ได้อย่างคล่องแคล่ว (นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ) เพราะประชาชนที่นั่นเขาใช้กันหลายภาษาเช่นเดียวกับอีกหลายประเทศในยุโรป

คะแนนรวมที่ได้: 78/100
คะแนนด้านค่าครองชีพ: 44/100
คะแนนด้านเศรษฐกิจ:  85/100

อันดับที่ 5 ประเทศนิวซีแลนด์


ถึงจะติด 1 ใน 10 ประเทศที่น่า (ไป) อยู่ที่สุดในโลก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านิวซีแลนด์จะเปิดบ้านให้คนต่างถิ่นอพยพเข้าไปอาศัย อยู่ได้ง่ายๆ นอกเสียจากมีคนในครอบครัวอาศัยอยู่ที่นั่น เป็นคนหนุ่มสาวที่มีทักษะหรือความสามารถเฉพาะทางซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการ หรือไม่ก็ต้องเข้าไปในฐานะของนักลงทุน

“นิวซีแลนด์” ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศที่สวยงาม ทั้งยังถูกใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์บ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ ทั้ง 3 ภาค

ข้อดีของการอาศัยอยู่ในประเทศนี้ก็คือ การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามมากๆ จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่สวยงามที่สุดในโลก และถ้าเป็นคนที่ชื่นชอบกีฬากลางแจ้ง กิจกรรมริมชายหาด หรือใส่ใจในสุขภาพด้วยแล้ว รับรองว่านิวซีแลนด์ไม่ทำให้ผิดหวัง

นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ยังมีสถานะทางเศรษฐกิจและการเมืองที่มั่นคง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีเลิศ สถิติการเกิดอาชญากรรมต่ำ ตำรวจแทบไม่ต้องพกปืน คอร์รัปชั่นก็ไม่มี ความอดอยากหิวโหยคืออะไรไม่รู้จัก ปัญหามลพิษ สุขภาพ และความแออัดของชุมชนไม่เคยปรากฏ

แม้จะดูดีไปเสียทุกเรื่อง แต่ข้อเสียก็คืออยู่ห่างจากประเทศเพื่อนบ้านมากๆ แม้แต่ประเทศออสเตรเลียที่ อยู่ใกล้นิวซีแลนด์มากที่สุดยังอยู่ห่างออกไปเกือบ 2 พันกิโลเมตร  ที่สำคัญ รัฐบาลนิวซีแลนด์ไม่มีนโยบายที่จะเปิดกว้างในการรับแรงงานต่างชาติ ยกเว้นชาวต่างชาติที่มีทักษะตรงตามที่รัฐบาลต้องการ จึงจะสามารถอพยพเข้าไปอาศัยและทำงานได้

คะแนนรวมที่ได้: 79/100
คะแนนด้านค่าครองชีพ: 62/100
คะแนนด้านเศรษฐกิจ:  65/100

อันดับที่ 4 ประเทศเยอรมนี


ในขณะที่ชาวอังกฤษมักมองข้ามประเทศเยอรมนี (ในแง่ของการโยกย้ายถิ่นฐานเพื่อไปใช้ชีวิตในวัยเกษียณหรือทำงาน) แต่กลับมีชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะอดีตนายทหาร ที่เดินทางไปใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายที่นั่น

ทั้งนี้เนื่องจาก เยอรมนี มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุกคนต้องการ นับตั้งแต่การใช้ชีวิตแบบศิวิไลซ์ไฮเทคในเมืองใหญ่ไปจนถึงวิถีชีวิตแบบ เกษตรกรรมในชนบท แถมยังมีชายหาด ทะเลสาป ภูเขา และปราสาทโบราณที่สวยงาม สภาพอากาศก็ดีมี 4 ฤดูด้วยกัน

แม้ทุกวันนี้วัฒนธรรมสมัยใหม่จะหลั่งไหลเข้ามามี อิทธิพลในหมู่วัยรุ่นชาวเยอรมัน เห็นได้จากกระแสฮอตฮิตของการแสดงดนตรีเทคโนที่กรุงเบอร์ลิน และการจัดเทศกาลเพลงร็อคในช่วงฤดูร้อน ฯลฯ แต่ถึงกระนั้น เยอรมนีก็ยังได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งเกอเธ่และบีโธเฟ่น ที่การเข้าชมละครเวที คอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิก ผลงานศิลปะ ฯลฯ  ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

ส่วนมาตรฐานทางด้านการศึกษาและสาธารณสุขนั้นถือว่าสุดยอด (ประกันสุขภาพครอบคลุมถึงการเข้าพักในสปาเพื่อสุขภาพด้วย – กรณีที่แพทย์แนะนำ) คุณภาพชีวิตประชากรดีสุดๆ รายได้ต่อหัวก็สูง เฉลี่ยคนละประมาณ 2 ล้านบาทต่อปี จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานแบบยกครอบครัว หรือต้องการใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างมีคุณภาพ แต่จะต้องเป็นผู้ที่มีรายได้หรือมีเงินเก็บเหลือเฟือเท่านั้น

เพราะเยอรมนีเป็นประเทศที่มีค่าครอง ชีพสูง ภาษีก็สูงลิ่ว ถ้าคิดจะไปหางานทำที่นั่นล่ะก็ขอบอกว่ายากมาก เพราะทุกวันนี้เยอรมนีมีอัตราการว่างงานสูง แม้กระทั่งคนของเขาเองก็ยังหางานทำลำบาก ที่สำคัญจะต้องพูดภาษาเยอรมันได้ แม้กระทั่งการย้ายตามคู่สมรสก็ต้องเรียนภาษาเยอรมันเสียก่อน และต้องกรอกเอกสารของทางสถานฑูตเป็นภาษาเยอรมันอีกต่างหาก

คะแนนรวมที่ได้: 81/100
คะแนนด้านค่าครองชีพ: 54/100
คะแนนด้านเศรษฐกิจ:  71/100

อันดับที่ 3 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สมาพันธรัฐสวิสหรือประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนในฝันของใครหลายคน ทั้งนี้เพราะมีทัศนียภาพที่งดงามราวภาพเขียน ประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นอีกหนึ่งประเทศที่คว้ารางวัลในด้านต่างๆ มาแล้วมากมาย

ความจริงแล้วสวิตเซอร์แลนด์มีข้อจำกัดเรื่องสภาพ ภูมิประเทศ เพราะไม่มีทางออกสู่ทะเลและถูกล้อมรอบโดยเทือกเขาแอลป์ แถมยังไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ มิหนำซ้ำยังมีภาษาราชการมากถึง 4 ภาษา (ฝรั่งเศส, เยอรมัน (2 แบบ), อิตาลี, โรมานช์) ทำให้บรรดานักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศเจ้าของภาษาเหล่านั้น รู้สึกราวกับว่าที่นี่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง

แน่นอนว่าจุดเด่นของสวิตเซอร์แลนด์ก็คือ ความสวยงามของภูเขา ทะเลสาป ตลอดจนสถาปัตยกรรมและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การมีเศรษฐกิจและการเมืองที่มั่นคงแข็งแกร่ง   เป็นศูนย์กลางการเงิน และเป็นผู้นำระดับโลกทางด้านเวชกรรม เภสัชกรรม เครื่องจักร และการทำนาฬิกา นอกจากนี้ สวิตเซอร์แลนด์ยังเป็นประเทศที่ปลอดภัย ประชาชนมีคุณภาพ ขยันขันแข็ง มีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา และมีมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดี

แต่สวิตเซอร์แลนด์อาจไม่ใช่สวรรค์ของผู้ที่ต้องการโยก ย้ายถิ่นฐาน เนื่องจากค่าครองชีพสูงมาก ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ มีราคาแพง อัตราภาษีสูง ส่วนภาษาก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่สำคัญ ดังนั้น ผู้ที่จะย้ายไปทำงานหรือใช้ชีวิตในสวิตเซอร์แลนด์ จึงควรพูดภาษาเยอรมันได้ และถ้าเข้าใจภาษาฝรั่งเศสด้วยก็ยิ่งดี

คะแนนรวมที่ได้: 81/100
คะแนนด้านค่าครองชีพ: 41/100
คะแนนด้านเศรษฐกิจ:  79/100

อันดับที่ 2 ประเทศออสเตรเลีย

ออสเตรเลีย เป็นอีกหนึ่งประเทศฮอตฮิตที่มีผู้คนอยากอพยพเข้าไปอาศัยอยู่มากที่สุด เนื่องจากมีชายหาดที่สวยงามมากมาย มีภูมิทัศน์หลากหลาย สภาพอากาศดี เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งทุกเพศทุกวัย ที่สำคัญการทำเรื่องอพยพโยกย้ายถิ่นฐานก็ไม่ยากเกินเอื้อมเหมือนในหลายๆ ประเทศ

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ ออสเตรเลียถือว่ามีค่าครองชีพที่ไม่สูงจนเกินไปนักสำหรับผู้ที่คิดจะโยกย้าย ถิ่นฐานหรือไปทำงานที่นั่น แต่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว อาจรู้สึกว่าสินค้าและบริการของออสเตรเลียมีราคาสูงขึ้น  ทั้งนี้เนื่องจากเงินเหรียญออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นนั่นเอง

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีบริการด้าน สุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในระดับที่ดี แม้ราคาบ้านออกจะแพงไปสักหน่อย แต่ก็ยังมีงานดีๆ สำหรับคนต่างถิ่นที่มีทักษะและความชำนาญเฉพาะด้านเสมอ ส่วนข้อเสียที่ชาวต่างชาติพูดถึงก็คือ การที่มีสัตว์ดุร้าย (เช่น ปลาฉลาม) และสัตว์มีพิษ (เช่น งู) เป็นจำนวนมากนั่นเอง

คะแนนรวมที่ได้: 81/100
คะแนนด้านค่าครองชีพ: 56/100
คะแนนด้านเศรษฐกิจ:  71/100

อันดับที่ 1 ประเทศฝรั่งเศส

ฝรั่งเศส เป็นประเทศที่มีคะแนนรวม “ดัชนีคุณภาพชีวิต” นำเป็นอันดับหนึ่งของโลก จากผลการสำรวจของนิตยสาร “อินเตอร์เนชั่นแนล ลีฟวิ่ง”

มีคนทั่วโลกจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกอิจฉาชาวฝรั่งเศส เพราะได้อาศัยอยู่ในประเทศที่สวยงาม มีสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศที่หลากหลาย  นับตั้งแต่อุณหภูมิที่หนาวเหน็บ บริเวณเทือกเขาแอลป์ ไปจนถึงอากาศอันแสนอบอุ่นแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  นอก จากนี้ ฝรั่งเศสยังมีเมืองสวยๆ อย่าง ปารีส และแซงต์ โตรเปซ์ ฯลฯ มีไร่องุ่นดีที่สุดในโลก ทั้งยังขึ้นชื่อในเรื่องการเป็นแหล่งผลิตไวน์และแชมเปญ ส่วนทางด้านอาหารการกินก็ได้รับยกย่อง  (จากบางสำนัก) ว่าดีที่สุดในโลก

ฝรั่งเศส ยังเป็นประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานดีมากๆ เศรษฐกิจมั่นคง การเมืองเข้มแข็ง มาตรฐานด้านการศึกษาสูง สวัสดิการทางสังคมดีมาก บริการด้านสาธารณสุขดีที่สุดในโลก ประชาชนรสนิยมดี มีสไตล์ รักความสวยงาม รู้ว่าควรใช้ชีวิตอย่างไรให้มีคุณค่าและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ที่สำคัญ (นอกจากกรุงปารีสแล้ว) เมืองส่วนใหญ่ของประเทศฝรั่งเศสล้วนมีค่าครองชีพที่ไม่สูงมากจนเกินไปนัก

แต่ข้อเสียของการอพยพไปอาศัยในประเทศฝรั่งเศสก็คือ มีอัตราภาษีที่สูงมาก และแน่นอนว่าต้องพูดภาษาฝรั่งเศสได้

คะแนนรวมที่ได้: 82/100
คะแนนด้านค่าครองชีพ: 55/100
คะแนนด้านเศรษฐกิจ:  69/100

หมายเหตุ: ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 110 (ดูคะแนนของประเทศไทยได้ ที่นี่ )

 
45 ความเห็น

Posted by บน มกราคม 31, 2010 in ท่องเที่ยว

 

ป้ายกำกับ: , , ,

45 responses to “10 ประเทศน่า (ไป) อยู่ที่สุดในโลก ประจำปี 2010

  1. หวาน

    สิงหาคม 31, 2010 at 9:24 pm

    ประเทศไทยน่าไปกว่าเยอะ
    สวยงามกว่าที่ไหนๆ

     
    • เค็ม

      กันยายน 11, 2010 at 1:52 pm

      เราว่ามั้ยอะประเทศไทย

      ตอนนี้มั้ยน่าอยู่เลย

      คนไทยทะเราะกัลเอง

      หั้ยคลต่างชาติเค้าหัวเราะยุดั้ย

      เครียดเนอะ

       
  2. วรวิทย์และคำม่วน

    ตุลาคม 1, 2010 at 3:12 am

    อยากไปญี่ปุ่น

     
  3. nuengnoizzz

    ตุลาคม 18, 2010 at 2:27 am

    น่าอยุ่จริง ๆครับ

     
  4. ท็อปแค็ท

    พฤศจิกายน 1, 2010 at 10:58 pm

    น่าอยู่มาก ๆ เลย สวยงามจริง ๆ แต่ว่าอยู่ไทยก็ดีเหมือนกัน

     
  5. คนไม่คือ

    พฤศจิกายน 2, 2010 at 12:02 am

    ว๊า…..
    นึกว่ามีประเทศไทย
    เราว่านะ
    ประเทศไทยสวยที่สุดแล้ว
    รักประเทศไทยที่สุด

     
  6. kooky hanaka

    พฤศจิกายน 2, 2010 at 2:11 pm

    เห็นด้วยนะว่าฝรั่งเศสสวยที่สุด น่าอยู่ที่สุด แล้วจะไปเหยีบฝรั่งเศสให้ได้

     
  7. รู้เพื่อ....

    พฤศจิกายน 2, 2010 at 2:17 pm

    คุณคิดว่าฝรั่งเศสสวยที่สุดจริงหรือ! คิดว่า JAPAN นะว่าม้าย…..

     
  8. Jainaka

    พฤศจิกายน 6, 2010 at 6:49 pm

    ดีใจมาก ที่ออสเตรเลีย ติดอันดับสอง ประเทศทีเราจะไปใช้ชีวิตอยู่นับจากนี้เป็นเวลา 20 ปี ^-^

     
    • rung

      พฤศจิกายน 25, 2010 at 6:31 pm

      ดีจัยจังอยากไปอยู่ด้วย

       
  9. ปราโมทย์

    พฤศจิกายน 23, 2010 at 1:43 pm

    ต้องหาโอกาสไปเที่ยว

     
  10. rung

    พฤศจิกายน 25, 2010 at 6:30 pm

    ม่ายรู้เหมือนกานนะ
    ว่าปะเทดทายจะสวยกว่า
    แต่ที่รู้คือ
    เราสวยกว่านะ

     
  11. aongust

    พฤศจิกายน 26, 2010 at 12:55 pm

    น่าอยู่น่ะ

     
  12. fortune

    ธันวาคม 2, 2010 at 9:32 pm

    555+
    เราอยาไปอยู่นิวซีแลน แต่มันลำบากมากต้องทำเรื่องยุ่งยาก
    เราก็อยากไปแคนดา
    ทำไมฝรั่งเสดติด1อะ
    มันไม่ได้สวยมากนะ
    ย่ากับพวกป้าๆเราอยู่

     
  13. sam

    ธันวาคม 4, 2010 at 10:34 pm

    ลาว ครับ น่าอยู่ทีสุด ไม่ได้มุขนะครับ เหมาะสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติจริงๆครับ ไม่ไกลไทยด้วย เดินทางแปบเดียว น่าอยู่กับอยากอยู่ความหมายต่างกันนา อิๆ

     
  14. แบร่

    ธันวาคม 18, 2010 at 12:06 pm

    นิวซีแลนด์สวยสุดน๊า ดูดีๆดิสวยกว่าเยอะ

     
  15. แบร่

    ธันวาคม 18, 2010 at 12:10 pm

    นิวซีแลนด์สวยสุดนะ

     
  16. Boy

    ธันวาคม 24, 2010 at 4:15 pm

    ดูไบคับ

     
  17. คาร์ล

    มกราคม 20, 2011 at 3:19 pm

    ว่าไปทะเลของไทยสวยกว่า นิวซีแลนด์
    มีชายหาดที่กว้าง ขาว ทรายละเอียด
    เหลือแต่ว่าคนไทยไม่ทิ้งขยะ
    หรือมีระบบการกำจัดขยะที่ดี ไทยน่าอยู่ครับ

     
  18. อัน อัน

    มกราคม 21, 2011 at 5:26 am

    ไม่เห็นมีออสเตรียเลย กำลังจาไปเดือนหน้าอ่ะ

     
    • cleverchick

      กันยายน 24, 2011 at 10:17 pm

      Australia is no. 2, can’t you see? it’s very nice country and people are so friendly. UK is rubbish.

       
  19. เคท

    กุมภาพันธ์ 11, 2011 at 12:35 pm

    อยากไปสัมผัสเมืองลาวน่าจาธรรมชาติกว่าที่ไหนๆ

     
    • ขาว ไทย

      กุมภาพันธ์ 26, 2011 at 9:18 pm

      lao, very beautiful and very cheap i would like to go there too. can stay there for months instead of a week in germany

       
  20. pang

    มิถุนายน 4, 2011 at 4:39 pm

    เมืองไทยคือที่ที่น่าอยู่ที่สุดในโลก

     
  21. Porpla

    สิงหาคม 22, 2011 at 5:51 pm

    กำลังจะไปเที่ยวเมืองที่น่า(ไป)อยู่ อันดับหนึ่ง อาทิตย์หน้าจ้า

     
  22. The someone boy in Thailand.

    กันยายน 6, 2011 at 1:33 pm

    ไม่มีอังกฤษเหรอเนี่ย…น่าอยู่เหมือนกานนะ..แต่ว่าเมืองไทยดีสุดแล้ว
    จงภูมิใจซะว่าเราเกิดเป็นคนไทยประเสริฐมาก
    1.มีภาษาไทยเป็นของตนเอง
    2.ทรงมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์ มหาภูมิพล อดุลยเดช มหิตลาธิเบศ รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ สยามมินธราธิราช ทรงเป็นประมุขของประเทศ และทรงงานเพื่อประชาชนชาวไทยของท่าน ซึ่งในโลกนี้หามีไม่

     
  23. soul

    กันยายน 8, 2011 at 8:30 pm

    เห็นด้วยกับทุกความเห็น บ้านเราเมืองเราประเทศเรา ประเทศไทยน่าอยู่ที่สุด ประเทศที่เป็นเอกราช มีศิลปะวัฒนธรรม มีภาษา มีเอกลัษณ์เป็นของตนเอง แม้ชาติที่เจริญด้วยวัตถุจะหามีได้ เช่นประเทศเรา และพระมหากษัติย์เรา

     
  24. ฝน

    กันยายน 24, 2011 at 1:30 pm

    อยากไปอะ

     
  25. cleverchick

    กันยายน 24, 2011 at 10:12 pm

    i disagree with USA is no.7, USA is really rubbish. it’s not good to live there, people live there just wanna study and work more then they really need to get back to their home. USA still have bad food. it’s really rubbish country!

     
  26. rr454

    พฤศจิกายน 27, 2011 at 2:25 am

    ไปเที่ยวนะได้…แต่ถ้าอยู่ ขอเลือกเมืองไทยครับ

     
  27. คนต่างแดน

    ธันวาคม 11, 2011 at 9:18 pm

    ๑๐ ประเทศที่ว่า..คงน่าไปอยู สำหรับคนรวยๆ ที่ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมาก นั่งๆนอนๆ จู่เงินก็ผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด
    เราว่า..สำหรับคนไทย..เมืองไทยนี่แหละน่าอยู่ที่สุดแล้ว..อยากได้บรรยากาศดีๆ ก็ไปอยู่นอกเมือง ต่างจังหวัด…จะกินอะไรก็ได้กิน กินได้ ๒๔ ชม. เดินห้างได้ ๑๒ ชม. หรือ มากกว่านั้น.. มีเงินน้อย แต่ได้กินครบ ถึง ๕ หมู่.. อากาศที่ว่ามี ๓ ฤดู ก็จะเหมือนเหลือ ๑ ฤดู ครึ่งแร่ะ.. เสื้อชุดเดียว ชุดเดิม ใส่ได้ถึง ๓ ฤดู พอรู้สึกหนาวหน่อยๆ หาเสื้อกันหนาวตัวบาง ชิวๆ
    แต่ถ้าให้ไปเที่ยว..อยู่แป๊บๆ ๑๐ ประเทศที่ว่า..ก็ถือว่า..เป็นประสบการณ์ที่ดีเลยทีเดียว…
    อยู่เมืองนอก นานๆเข้า.. กินแต่อาหารไทยเดิมๆ ซื้อนอกบ้าน (ตามร้านขายข้าวแกง) ไม่มี ต้องทำกินเอง ไปนั่งร้านอาหาร(ไทย) แพงอีก..
    ซุปเปอร์มาเก็ต หรือ ร้านค้า เปิดปิดเป็นว่า ช่วงเช้า และช่วงเย็น (ปิดพักเที่ยง ให้พนักงานกลับไปกินข้าวบ้าน) พอเข้าหน้าหนาว ก็หนาวซะเหลือ เสียทรัพย์หาเครื่องนุ่งห่มมากันหนาวอีก เนื้อผ้าคอตต้อน เอาไม่อยู่ บ้านช่อง ก็ต้องเปิดเครื่องทำความร้อน บางประเทศมีหิมะลง อย่าได้คิดหวังจะพึ่งแดด ตากผ้าให้แห้ง เสียทรัพย์ซื้อเครื่องอบผ้าแห้งอีก หนำซ้ำเข้าหน้าหนาวบางประเทศ เงียบเชียบ จะครึกครื้นช่วงฤดูร้อน หาเพื่อนต่างแดน ยาก..ซึ่งต่างจากคนไทย จะมีน้ำใจ ต่างแดน ส่วนมากแล้วจะตัวใครตัวมัน ไม่ลึกซึ้ง แต่ใช่ว่า จะหาข้อดีไม่ได้เลย.. ข้อดีก็มีหลายด้าน ที่เด่นๆ ก็คง วิว ที่มองเท่าไหร่ ก็ไม่มีเบื่อซักที

     
  28. คนไทยชัดชัด

    ธันวาคม 16, 2011 at 1:06 pm

    ธรรมชาติได้สร้างให้มนุษย์แต่ละเผ่าพันธู์ได้อยู่ในที่ที่ได้เลือกอย่างเหมาะสมแล้วจงพอใจและภูมิใจในประเทศของตนเอง….รักเธอประเทศไทย

     
  29. kimhonvu thada

    มกราคม 28, 2012 at 6:01 pm

    แล้วประเทศไทยของเราละครับ

     
  30. royal1688

    กุมภาพันธ์ 6, 2012 at 5:58 pm

    อยากไปอยู่มั่งจัง

     
  31. แอน

    กุมภาพันธ์ 6, 2012 at 6:22 pm

    อยากอยู่ทุกประเทศเลยค่ะ

    http://www.funpalace88.com/

     
  32. gclub

    มีนาคม 6, 2012 at 9:28 am

    เมืองไทยคือที่ที่น่าอยู่ที่สุดในโลก นะจ๊ะ

     
  33. จีคลับ

    มีนาคม 13, 2012 at 4:56 pm

    มีโอกาสอยากไปมั่งจัง

     
  34. Gewee

    มีนาคม 16, 2012 at 12:52 pm

    อยากไปเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์มากๆเลย แต่พูดไม่ได้สักภาษาเลย แงๆ แต่ก้อจะไปให้ได้ สู้สู้!!

     
  35. ฝน

    มีนาคม 22, 2012 at 6:45 pm

    บอกตรงตรงน่ะค่ะ สวยมากค่ะ

    รักธรรมชาติค่ะ

    เเล้วคุณล่ะค่ะชอบหรือเปล่าค่ะ

    ตอบได้ใหม

     
  36. casino

    มิถุนายน 20, 2012 at 3:38 pm

    แบบนี้ถ้าโลกไม่ร้อนคงจะดีกว่านี้

     
  37. Parace'L'sia

    สิงหาคม 5, 2012 at 12:55 pm

    ไทย สมควรเเล้วล่ะ ที่ไม่ติด เพราะ ดูคนไทยสิ ทะเลาะกันเอง ไม่มีน้ำใจ ไร้สามัคคี !!!

     
    • pooomay

      มีนาคม 6, 2013 at 6:54 pm

      แค่ไม่ควรดูถูกคนไทยนะค่ะ คนไทยไรไม่เห็นน้ำใจประเทศชาติ

       
  38. บัวเรียน ท่า

    พฤศจิกายน 5, 2012 at 10:03 am

    ทำอย่างไรจะได้ไปอยู่

     
  39. Anna Lodkaw

    มิถุนายน 26, 2013 at 11:12 am

    อยู่ที่ไหน ไม่เท่าอยู่ที่บ้านเรา เมืองดูสวย เเต่จิตใจอาจไม่ดีก็ได้

     
  40. jimmy

    มิถุนายน 27, 2013 at 8:43 pm

    อยู่ที่ไหนๆ ก้อสุชใจได้ ถ้าใจเป็นสุข ขอบคุณบรรพบุรุษไทยที่เลือกตั้งถิ่นฐานที่สุวรรณภูมิแหลมทองแห่งนี้ อากาศอบอุ่น ไม่หนาวเกินไป ร้อนไป ดินดีอยู่ดี กินดีถ้าขยัน คนมีน้ำใจ มีพระพุทธศาสนา มีพระมหากษัตริย์ มีอิสระเสรี ต่างประเทศเหมาะไปเที่ยวสักพัก แต่หากไปอยู่ไม่เหมือนเมิองไทยแน่นอน ขอบอก…..

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 310 other followers

%d bloggers like this: